วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

Real World : ผ่ามิติถล่มโลก (บทที่1)


ในโลกที่ห่างไกลจากความเป็นจริง
บริเวณ ปราสาทร้างที่ซ่อนตัวอยู่หลังหุบเขาที่อยู่ห่างไกลจากผู้คน สิ่งมีชีวิตที่รูปร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์ตัวเป็นคนหัวเป็นแพะ เดินออกมาหน้าปราสาท มันคำราม เสียงกึกก้อง ส่งผลให้ปีศาจที่อาศัยอยู่ในบริเวณปราสาทร้างกรีดร้องรับอย่างโหยหวน สิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ต่างแตกตื่น วิ่งหนีกันอลหม่าน วินาทีนั้นเอง หมู่เมฆที่เคลื่อนตัวอยู่เหนือปราสาทก็ก่อตัวเป็นเมฆดำ และส่องแสงออโรร่า สีแดง ออกมา

ในโลกแห่งความเป็นจริง
ฟิวล์นั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้น โดยกำลังพุ่งความสนใจไปที่ ตัวละครอาชีพ Wizard ของเขาที่กำลังเตรียมตัวจะไปเก็บค่าประสบการณ์ หลังจากที่คนเล่นต้องเสียเวลาเก็บเล็กผสมน้อยเก็บเงินซื้อบัตรเติมเวลามานาน แต่ไม่ทันทีฟิวล์จะได้ทำตามความตั้งใจหน้าจอคอมของเขาก็สว่างวาบขึ้น

Chapter 1 : Where am I ?

ผมลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงคนกำลังทำอะไรซักอย่างข้าง ๆ เตียงมันทำให้ผมสะดุ้งตัวตื่นขึ้นจนคนที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงตกใจ
"ว้าย!! ตื่นแล้วเหรอ? คุณหน่ะหลับไปนานเชียวนะ" เจ้าของเสียงเป็นเด็กสาวอายุประมาณ 16 - 17 ผมยาวสีม่วงอ่อนถูกรวบไว้ข้างหลังเข้าชุดกับเสื้อไหมสีฟ้าที่เธอใส่เป็นชุดขนาดใหญ่อยู่

" ที่นี่มัน...ที่ไหนกันเนี่ย?แล้วชุดของผม? " ผมถามแบบงง ๆ ที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของผมนี่หว่า? ชุดที่ใส่อยู่ก็ไม่ใช่ชุดที่ใส่เมื่อคืนแต่กลับเป็นชุดไหมคล้ายๆกับของเด็กสาวคนนั้นเพียงแต่ตัวมันใหญ่กว่าก็เท่านั้น

" ที่นี่น่ะบ้านของชั้นเองชั้นเจอคุณนอนสลบอยู่ที่ประตูเมืองก็เลยพามารักษาที่บ้านชั้นชื่อ เรน่า อาเรเนอร์ เรียกว่าเรน่า เฉย ๆ ก็ได้นะคุณ..." เธอถามชื่อผมแต่ผมยังไม่มีอารมณ์มาแนะนำตัว เพราะตอนนี้ผมอยากรู้แค่ว่าผมอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย!!!!?

เรน่า มองผมงงๆก่อนจะตอบคำถามของผม
" ก็เมืองพรอนเทร่า เมืองหลวงของอาณาจักรรูน-มิดการ์ดไงล่ะถามอะไรแปลกๆคุณนี่สงสัยจะหัวกระแทกแน่เลย "
" พรอนเทร่า?เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรรูนมิดการ์ด!? " ผมตะโกนถามตัวเองในใจดังๆ รู้สึกเหมือนตัวเองโดนชกหน้าจัง ๆ สัก 1 หมัดนี่เราเข้ามาอยู่ในเกมส์เหรอเนี่ย!? แล้วเข้ามาได้ไง? ฝัน!ต้องฝันแหงๆเราต้องตื่น!!

" เปรี้ยง!!!อุ๊ฟ!!! " กำปั้นของผมกระแทกหน้าตัวเองเข้าจังๆทำเอาเห็นดาวระยิบระยับ สัมผัสที่ยังเจ็บที่แก้มของตัวเองทำให้ผมรู้ว่านี่มันของจริง ไม่ตื่น? เราตื่นอยู่นี่หว่า ไม่ได้ประสาทหลอน ไม่ได้กินยาบ้ายานรกที่ไหน นี่มันอะไรกันวะ?

ยังดีที่เรน่าไม่ได้ทันเห็นตอนผมซัดตัวเองเพราะมัวมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่เธอหันมามองผมงง ๆ
" เอาล่ะชั้นต้องลงไปเตรียมอาหารแล้วล่ะนี่ชุดของคุณนะชั้นซักให้เรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนชุดแล้วลงมากินข้าวนะคุณ.... " เธอยังพยายามจะรู้ชื่อผมให้ได้

" ซิกฮาร์ท " ผมเอ่ยชื่อตัวละครในเกมส์ของตัวเองออกมาเพราะถ้าขืนผมบอกชื่อจริงนามสกุลจริงไปเธอคงยิ่งงงกับผมเข้าไปใหญ่
" อ่านะอย่างน้อยคุณก็ยังจำชื่อตัวเองได้แฮะ ซิกฮาร์ท ขอเรียกว่า ซิก เฉยๆได้ไหม (ผมพยักหน้า) ดีจังรีบลงมานะ ซิก "
พูดจบเรน่าก็เดินออกจากห้องไปปล่อยผมทิ้งในห้องคนเดียวกับชุดที่เธอบอกว่ามันเป็นของผม

เมื่อผมเพ่งมองดูชุดนั้นก็พบว่ามันเป็นชุดผ้าสีแดงพร้อมผ้าคลุมขนาดใหญ่ พริบตานั้นผมก็จำได้ทันทีว่ามันคือชุดของอาชีพ วิซาร์ด!!!


หลังจากพยายามอย่างทุลักทุเลใส่ชุดที่เพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรกอยู่นานผมก็ใส่มันสำเร็จจนได้ ผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้มปลิวสะบัดจากลมที่เข้ามาทางหน้าต่าง ผมมองตัวเองในกระจก และต้องพบกับความประหลาดใจอีกอย่าง ข้างๆเตียงที่ผมนอนอยู่มีห่อสัมภาระวางอยู่เมื่อเปิดมันออกผมก็พบว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ตัวละครในเกมส์ของผมใส่อยู่ทั้งนั้นทั่ง ไม้เท้า arcwand ใส่การ์ด drop 2 ใบที่กว่าจะหามาได้อย่างเลือดตาแทบกระเด็น เรดโพชั่น , บลูโพชั่น , ฟลายวิงอุปกรณ์ที่จะใช้เก็บเลเวลเมื่อคืนมีตัวตนให้สัมผัสได้จริงๆ

แต่สิ่งของทั้งหมดไม่น่าแปลกใจเท่าหนังสือเก่า ๆ สีเทาที่อยู่ในส่วนลึกที่สุดของถุง มันถูกเขียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษแน่ แต่น่าแปลกที่ผมกลับอ่านมันออกมันเขียนว่า "ตำรามหาเวทย์" ข้างในเป็นบทสวดที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบทสวดเวทย์มนต์ผมเปิดมันอ่านจนหมด น่าแปลกที่มันเขียนขึ้นแค่ ครึ่งหนึ่ง บางบทก็ขาด ๆ หายๆ ผมเลิกสนใจมันก่อนจะเหน็บ arcwand ใส่เข็ดขัดแล้วเดินลงไปหาเรน่า เพราะผมเริ่มหิวขึ้นมา ตะหงิด ๆ แล้วล่ะ

ผมเดินลงมาถึงชั้นล่างพบกับห้องขนาดกลางที่มีแค่โต๊ะเก้าอี้ซึ่งน่าจะเป็นโต๊ะกินข้าวตั้งอยู่กลางห้อง เร่นาไม่อยู่? ผมไม่เห็นเธอเลยหลังจากกวาดสายตามองหารอบห้อง

" เรน่า " ผมเอ่ยขึ้นเบา ๆ เพื่อถามหาเธอ

" อ้าวลงมาแล้วเหรอ รอซักเดี๋ยวนะนั่งรอที่โต๊ะกินผลไม้ไปพลางๆก่อนก็ได้ " เธอส่งเสียงมาจากห้องด้านหลังบ้านซึ่งน่าจะเป็นครัว บนโต๊ะมีผลไม้อยู่เต็มพรึ่ดไปหมดอย่างที่เธอว่าทั้ง แอปเปิล องุ่น กล้วย ผมนั่งมองอะไรไปเรื่อยก่อนที่เธอจะยกอาหารมาวางบนโต๊ะ

" เชิญเลยจ้ะ " เธอนั่งข้าง ๆ ผมก่อนจะทำท่าเหมือนสวดมนต์หรืออะไรสักอย่างแล้วค่อยเริ่มกิน ดูเหมือนการขอบคุณพระเจ้าของพวกคริสต์เลยแฮะ ผมนึกก่อนจะสนใจกับอาหารตรงหน้า
มันเป็น เนื้อคล้ายๆ เนื้อไก่ ผัดกับ ผักสีออกแดงๆ อีกจานก็เป็นน่องไก่ขนาดเขื่อง พระเจ้า ผัดเนื้อลูนาติกใส่เรดเฮิร์บกับมอนสเตอร์ฟีด ของจริงมันน่ากินชะมัด

" กินเสร็จแล้วเราจะไปโบสถ์กันนะ " เรน่าเอ่ยขึ้นหลังจากเราจัดการอาหารเช้าเสร็จ

" ไปทำไมเหรอ? "

" ชั้นว่าน่าจะมีคนรู้จักคุณไปที่โบสถ์บ้างเผื่อจะช่วยเรื่องความจำของคุณไง " อ้าว!!เธอโมเมเอาเองเสร็จสรรพเลยว่าผมสมองเสื่อม อืม...ก็ดีเวลาปล่อยไก่อะไรออกไปจะได้มีข้อแก้ตัว อีกอย่างผมเองก็อยากเห็นสภาพโดยรอบของเมืองด้วยคงน่าตื่นตาตื่นใจดีพิลึก

สภาพเมืองพรอนเทร่าเป็นอย่างที่ผมคิดคือเหมือนกับที่เห็นในเกมส์เกือบทุกอย่างยกเว้นขนาด เพราะมันใหญ่กว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า บ้านเรือนสไตล์เดียวกันเต็มพรึ่ดไปหมดเห็นแล้วตาลาย ตลาดขายของที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักผจญภัยทั้งหลาย ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ทั้ง นักดาบ พ่อค้า นักธนู นักเวทย์ นักบวช ฯ บางคนก็ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร มันช่างเหมือนโลกจริงๆซะเหลือเกิน ทุกคนใช้ชีวิตของพวกเขาเอง มีชุดเดินทาง และชุดพักผ่อน แต่ขณะที่ผมกำลังชื่นชมกับความอัศจรรย์ใจเหล่านี้อยู่ ผมก็รู้สึกได้ถึง ความแปรปรวนของมวลอากาศ ตามมาด้วยการระเบิดอย่างรุนแรงที่ หน้าน้ำพุกลางเมือง!!!!!


ฝุ่นควันที่พุ่งขึ้นตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนที่วิ่งหนีกันอลหม่าน ผมเพ่งมองเข้าไปท่ามกลางกลุ่มควันและก็พบกับต้นเหตุ หน้าน้ำพุ ปรากฏร่างของ แอลเคมิสหนุ่ม ผมสั้นสีฟ้าอ่อน ยืนประจันหน้ากับมอนสเตอร์ขนาดยักษ์อยู่กลางเมือง รูปร่างของมันคล้าย ๆ กึ่งคนกึ่งมังกร

" Mutant Dragonoid !!!! " เรน่าร้องเสียงหลง ผมเองก็ช็อกไม่แพ้เธอหรอกที่เจอตัวเป็น ๆ ของ มอนสเตอร์ที่ไม่เคยย่างกรายไปซัดกะมันซักที

" มันโผล่มานี่ได้ไงเนี่ย ? " ผมโพล่งออกมาเพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ขณะที่แอลเคมิสหนุ่มคนนั้นยังยืนประจันหน้ากับมันแบบไม่กลัวตายซักนิด

" รีบหนีไปซะ!!! ตามกองกำลังป้องกันมาเร็วเข้า!! " หมอนั่นตะโกนไล่ผู้คนให้ออกไปให้พ้นเพื่อความปลอดภัย ในมือของเขามีขวดยาแปลกๆอยู่ 3-4 ขวดและพร้อมที่จะลุยเต็มที่

" ซิกเค้าคนเดียวไม่ไหวหรอก ไปช่วยเค้าหน่อยซิ " เรน่าขอร้องให้ผมไปช่วยหมอนั่น แต่ว่า ผมเองยังไม่รู้จักวิธีร่ายเวทย์เลยนี่นาเล่นในเกมส์ก็แค่กดปุ่ม F1 - F8แล้วก็คลิกเมาส์ไปตามเรื่องแต่นี่จะให้ร่ายเวทย์ใส่มันเนี่ยนะ!!!?

" อืม!! " เอาล่ะฟะเสี่ยงเป็นเสี่ยง ใช้ไม่เป็นก็ต้องใช้ให้เป็นมันสถานการณ์นี้ล่ะ ผมวิ่งเข้าไปสมทบกับแอลเคมิสที่กำลังวิ่งหลบไฟที่ Mutantฯ พ่นใส่อย่างหวุดหวิด

" หวัดดีพวกนึกว่าจะไม่มีแนวร่วมซะแล้วแฮะ ชั้น เดคารีน ดีน เรียกว่า ดีน ก็ได้นะ " หมอนั่นทักทายผมก่อนจะหันไปสนใจกับคู่ต่อสู้(?)ต่อ

" ชั้น ซิกฮาร์ท เรียก ซิกเฉย ๆ ก็ได้ " ผมแนะนำตัวตอบก่อนจะกระชับ Arcwand แน่น เอาฟะลองดูกันซักตั้ง

" ฮู่ม!!!!!!! " Mutantฯ คำรามเสียงดังก่อนพ่นไฟเข้าใส่ผมกับดีนแต่พวกเราพุ่งตัวหลบทัน

" ดีแต่คำรามน่ารำคาญเฟ้ย!!! Sphere Mine!!!! " ดีนเขวี้ยงขวดสีดำในมือลงตรงพื้นด้านใต้เท้าของ Mutantฯ เมื่อขวดแตกออกก็ปรากฏ Marine Sphere ออกมา มันลอยนิ่ง ๆ ซักพัก ก่อนจะเปล่งแสงและระเบิดตัวเองดังกึกก้อง!!!! " บรึ้ม!!! " ผมมองดีนอย่างทึ่ง ๆ เป็นครั้งแรกที่เห็นการต่อสู้ด้วยสกิลจริง ๆ ในสถานการณ์จริง แสดงว่าระเบิดครั้งแรกคงมาจากเจ้าตัวนี้แหง ดีนดีดตัวถอยมาหาผมที่ยืนอึ้ง ๆ อยู่

" ซิกนายเป็นจอมเวทย์ภาษาอะไรฟะ ? ช่วยๆกันหน่อยดิ อย่ามัวแต่ยืนมองใช้เวทย์ไรได้ก็ใส่มันเข้าไปเลย!! "

" เอ่อ..อื้อ!.." ผมกำ Arcwand ให้กระชับแล้วหลับตาเริ่มนึกถึงบทเวทย์ที่อ่านก่อนจะมา ตัวอักขระ ค่อยๆ ลอยผ่านหน้าผมไปที่ละบรรทัด ๆ ทีละบท ๆ อย่างช้า ๆ พร้อมกับมีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นในหัวผม ' ปล่อยตัวตามสบายนึกถึงและรวมจิตไว้ที่เวทย์นั้น ๆ จินตนาการรูปร่างของเวทย์เอ่ยบทสวดและเรียกชื่อเวทย์ที่ต้องการ 'ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ ตอนนี้ ดีนกับนักดาบอีก 3 คนที่เข้ามาร่วมด้วยกำลังผลัดกันโจมตีใส่ Mutantฯ อย่างดุเดือด

" ด้วยอำนาจแห่งสายลมและเมฆาที่ลอยล่อง จงระเบิดพลังความกึกก้องและเกรี้ยวกราดออกมาด้วยมหาสายฟ้าฟาดพิฆาตศัตรูให้สิ้น ' Lord Of Vermilion' !!!!!! " สิ้นเสียงของผมมวลอากาศก็เริ่มแปรปรวนอีกครั้งพร้อมกับการ ฟาดทำลายของสายฟ้า ขนาดใหญ่ ใส่ Mutantฯ จนพื้นดินสะเทือน เลื่อนลั่น ผมรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง เหมือนพละกำลังที่มีถูกดูดหายไปจำนวนมาก

" อ้ากกกก!!!!! " ร่างซีกคนของ Mutantฯ ร้องโหยหวน ด้วยความเจ็บปวด พวกดีน หันมาชูนิ้วให้ผม " ใช้ได้เว้ยซิก!!! "

ผมยิ้มแหยๆให้เพราะรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการใช้เวทย์ครั้งแรกในชีวิตแถมดันร่ายมหาเวทย์ที่รุนแรงขนาดนั้น อย่างน้อยผมก็รู้ล่ะว่าในโลกแห่งนี้ไม่มี Lv ของเวทย์ ความรุนแรงของเวทย์เองจะขึ้นอยู่กับพลังเวทย์มนต์ที่มีเท่านั้นแต่ Mutantฯ ที่โดน Lord Of  Vermilion ไปจัง ๆ ก็ยังไม่หมดพิษสง ขณะที่พวกเรากำลังเผลอมันก็สะบัดปีกฟาดใส่พวกเรากระเด็นไปคนละทิศละทาง

" เปรี้ยง!!! อั๊ก!! " ผมกระแทกเข้ากับกำแพงบ้านอย่างจังซี่โครงคงจะหักอย่างเบาะ ๆ ก็ 3 ซี่ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่ว ท่ามกลางสติที่กำลังเริ่มเลือนลางจากพิษบาดแผล ผมมองเห็น Mutantฯ อย่างกรายเข้ามาหาผมอย่างช้า ๆ ปากมังกรของมันอัดพลังไฟเข้าเต็มปากและซัดใส่ผมเต็มกำลัง!!!!...เสียงของเรน่าและดีนที่กรีดร้อง
ดังสนั่น " ไม่นะ!!!!!!!!!!! "


ชั่วขณะที่เปลวไฟของ Mutantฯ กำลังพุ่งเข้าหาผมพื้นดินรอบตัวของผมก็เปล่งแสงสีน้ำตาลอ่อนออกมาและแยกเปลวไฟของมันออกจากกันโดยที่ไม่มีแม้สะเก็ดไฟกระเด็นใส่ผมเลยแม้แต่นิดเดียว พร้อม ๆ กับ การปรากฏ ตัวของ เซจ สาวผมยาวสีทองคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าผม เธอหันมายิ้มให้ผมนิดๆ

" ไม่เป็นไรนะ? " เธอถามผมโดยที่ปล่อยให้ Mutantฯ และคนอื่น ๆ ยืนช็อกอยู่ " คะครับ " ผมพยักหน้างง ๆ ที่อยู่ ๆ ก็รอดมาได้

" ฮู่ม!!!! " Mutantฯ คำรามอีกครั้งและพุ่งเข้าโจมตีใส่ เซจสาวแต่เธอหลบได้หวุดหวิด

" ไม่ยอมง่าย ๆ เลยแฮะเจ้านี่ น้ำแข็งอันเย็นยะเยือกจงกลายเป็นหอกพิฆาต ' Cold Bolt ' !!! " เธอร่ายหอกน้ำแข็งซัดใส่ Mutant10 กว่าอัน มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เธอคนเดียวทันที

เรน่าอาศัยจังหวะที่ Mutantฯ กำลังสนใจ เซจสาว คนนั้น วิ่งเข้ามาหาผมที่นอนพะงาบพะงาบอยู่

" เป็นไรมากไหม๊? ซิก ทำใจดีๆไว้นะ ทวยเทพแห่งสวรรค์ผู้เปี่ยมด้วยอำนาจอันใหญ่ยิ่งขอพลังแห่งการรักษาช่วยเยียวยาอาการบาดเจ็บทั้งปวงให้หายไป 'Heal' " แสงสว่างสีเหลืองอ่อน ๆ ค่อย ๆ แผ่ออกมาจากมือของเรน่าที่ทาบอยู่ตรงซี่โครงที่หักของผมและดูเหมือนความเจ็บปวดจะค่อย ๆ หายไปทีละน้อย ๆ

" อา.....ขอบใจนะ เรน่า แต่ว่าเมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ " ผมเริ่มขยับตัวได้บ้างแล้วและเริ่มอยากรู้ว่ารอดมาได้ยังไง

" นั่นคือ ' Land Protector ' พสุธาพิทักษ์ ที่ยืมพลังจากดินมากันเวทย์มนต์ทุกชนิดไงล่ะ " คนที่ให้คำตอบคือเซจสาวคนนั้น เธอปล่อยให้ ดีนพันตูกับ Mutantฯ อยู่คนเดียวและเหมือนจะเข้ามาดูอาการของผม

" มิน่าละ..เอ่อ...ขอบคุณมากนะครับ ผมชื่อซิกฮาร์ท แล้วคุณ.. " ผมแนะนำตัวเองและเริ่มพยุงตัวเองขึ้นโดยที่เรน่าช่วยด้วย

" ไอริส แคราเนอร์ ดีวารีน่า ยินดีที่ได้รู้จัก "

" คุณไอริสเหรอค๊ะ? " เรน่าทวนชื่อเธอเหมือนจะเป็นชื่อที่รู้จักดี ไอริสยิ้มให้เรน่าและหันมาทางผม

" ซิก คุณใช้เวทย์สายน้ำได้บ้างไหม? " เธอถามคำถามที่ทำเอาผมอึ้ง 'เอ...เวทย์สายน้ำจะเอาไปทำหยังหว่า?..แต่เอ.. Mutantฯ เนี่ยมันธาตุไฟนี่หว่า!!!!แล้วตูดันเอาเวทย์สายฟ้าไปยิงใส่มันเนี่ยมันจะตายไหม๊?!! 'ผมเริ่มนึกถึงความงี่เง่าของตัวเองออกจัง ๆ

" ว่าไงคะ?คุณจอมเวทย์ " เธอเร่ง

" อ่า คะ...ครับ! ได้ครับ! แล้ว...จะให้ใช้เวทย์อะไรล่ะครับ? " อย่างน้อยผมก็นึกได้แล้วว่าตอนที่อ่านในตำรามีเวทย์สายน้ำอยู่ 2 – 3 สายที่ผมอ่านเจอ

" อะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าจะสามารถฆ่ามันได้ในครั้งเดียว โดยที่ไม่ใช่ ไอ้ที่คุณเพิ่งใช้ไปก่อนจะโดนซัดกระเด็นน่ะ " เธอแขวะใส่ จนผมสะอึก แม่คุณช่างปากร้ายดีจริงจริ๊ง(T-T)

" ชั้นกับตาหมอยาบ้าเลือดนั่นจะถ่วงเวลาให้อีกครั้งรีบๆเผด็จศึกมันให้ได้นะ " ไอริสสั่งงานเสร็จก็วิ่งออกไปหาดีนที่ใช้ Sphere Mine ใส่ Mutantฯ อีกลูก และคุยอะไรกันอยู่ซักพักก่อนที่จะแยกกันโจมตีโดยที่ดีนหันมามองหน้าผมและพยักหน้าให้

ผมมองไปทางน้ำพุกลางเมืองที่ตอนนี้พังทลายทำให้ น้ำเจิ่งนองทั่วบริเวณ ผมวิ่งไปที่แอ่งน้ำและลองร่ายเวทย์ดู น้ำในแอ่งเริ่มเคลื่อนไหวนิด ๆ เอาล่ะ!! มีลุ้น!!

ขณะที่ไอริสกับดีนเองก็พยายามไล่ Mutantฯ มายืนที่แอ่งน้ำ และดีนเองเหมือนจะสังเกตเห็นว่าผมเริ่มทำอะไร หมอนั่นหยิบขวดยาแปลก ๆ ขึ้นมาอีก 2 - 3 ขวด และเหล่มามองผมเหมือนจะบอกว่าเขาเองก็พร้อมแล้วเหมือนกัน

" Bio Cannibalize!!!!! " ดีนเขวี้ยงขวดในมือลงพื้นข้าง ๆ ตัว Mutantฯ ขวดทั้ง 3 แตก ออก และปรากฏร่างของ Flora 3 ต้น งอกออกมาจากขวดที่แตกพวกมันตรึงแขนขาของ Mutantฯ เอาไว้

" อย่าให้เหมือนเมื่อกี้นะเฟ้ย!!!! "

" สายน้ำที่ไหลเวียนหล่อเลี้ยงชีวิตทุกชีวิต จงปลดปล่อยพลังอำนาจทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ออกมา ' Water Ball ' !!!!! " สิ้นเสียงลูกบอลน้ำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ Mutantฯ แบบไม่ยั้งความเร็วแรงของมันทำให้ Mutantฯ กระเด็น ตุปัดตุเป๋ ในพายุ ลูกบอลน้ำที่พุ่งเข้าซัดใส่ และตัวมันเองคงรู้ซึ้งถึงวาระสุดท้ายที่กำลังใกล้เข้ามาจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัด Flora ทั้งหมดแล้วพุ่งฝ่า Water Ball เข้ามาโดยมีเป้าหมายที่ผม ที่ยืนเซอยู่ต่อหน้าต่อตามันเพราะดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงจะหดหายไปซะหมด แต่ชั่วพริบตานั้นก็ปรากฏร่างของนักบวชคนหนึ่งวิ่งเข้ามาขวางหน้าผมกับ Mutant

" Physic Wave !!! " แสงสว่างวาบออกมาจากมือของนักบวชคนนั้นซัดใส่ Mutantฯ ตายคาที่ เล่นเอาผมยืนตะลึง

" ระวังตัวหน่อยสินายหน่ะ " นักบวชหนุ่มหันมามองผม ผมสีแดงเพลิงของเขาทำให้หน้าเขาดูน่ากลัวดีพิลึก

" มาช้าจริงนะ ไซรอส " ไอริสเข้ามาทักทายหมอนั่นเมื่อเห็นว่า Mutantฯ ตายสนิทแล้ว

" ใครจะเหมือนเธอล่ะ ไอริส รีบมาทันทีที่เกิดระเบิดเลยวิ่งตามแทบไม่ทัน " ไซรอสแหย่ใส่ไอริสและหันมามองผมอีกครั้ง

" ยังไงนายก็เจ๋งพอตัวนะพรรคพวก เวทย์แรงดีแต่หัดควบคุมให้คล่องซะหน่อยก็ดีนะไม่งั้นจะเสียชื่อนักเวทย์หมด...เอ่อ..นาย... "

" ซิกฮาร์ท ครับ " ผมแนะนำตัวตามมารยาท

" ยินดีที่ได้รู้จักนะ ชั้น ไซรอส เบิร์น ชั้นกับไอริสเป็น 1 ใน Guardian Force กองกำลังพิเศษปกป้องอาณาจักรรูน-มิดการ์ด " .......


หลังจากเหตุการณ์สงบผมและดีนถูกเชิญไปให้ปากคำที่ศูนย์บัญชาการของ Guardian Force ในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ส่วนเรน่าก็ขอตัวไปโบสถ์ ระหว่างทางผมก็ชวนดีนคุยแก้เซ็ง

เอ่อ ดีน ไอ้ GF: Guardian Force นี่มันคือหน่วยอะไรเหรอดีนมองหน้าผมงง ๆ ก่อนจะช่วยตอบคำถามให้

นายนี่ไปอยู่ส่วนไหนของโลกมาฟะ? GF ก็คือ 10 อัศวินพิทักษ์อาณาจักร ที่ แข็งแกร่งที่สุดใน รูน-มิดการ์ด ที่เกิดจากการรวมตัวของ คนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร 10 คน และขึ้นตรงต่อราชวงศ์เท่านั้นโอ้โห แสดงว่าก็ต้องเจ๋งกันพอตัวเลยล่ะสิเนี่ยถ้าเทียบแบบ ในเกมส์ คงจะเป็นพวกเกือบ มีแสงติดเท้าล่ะมั้ง ผมพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะเดินตามพวกไซรอสไปเงียบ ๆ

หลังจากเดินมาพอประมาณพวกเราก็มาถึงกองบัญชาการของ GF มันตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสมาคมอัศวินห่างกันแค่ 2 ช่วงตึกเท่านั้น ผมสังเกตเห็นพวกไนท์แต่งตัวเต็มยศเดินกันให้เต็มไปหมด ไซรอสพาเรามาที่ห้องด้านขวาของหน่วยและเริ่มการสอบปากคำพวกผมทันที

" เอาล่ะพวกนาย 2 คน มีใครบอกได้ไหมว่า เกิดอะไรขึ้น " ไซรอสถามพวกผมเสียงเรียบ พร้อมกับจ้องหน้าพวกผมเขม็งเล่นเอาผมที่ไม่ค่อยถูกใครจ้องหน้านักเหงื่อแตกพลั่ก

" ไม่รู้เหมือนกันชั้นเดินเล่นกำลังจะไปหาซื้อของเพื่อออกเดินทางไป Alberta แล้วอยู่ ๆ Mutantฯ ก็โผล่ออกมากลางลานน้ำพุ ชั้นเห็นท่าไม่ดีเลยใช้ Sphere Mine ขว้างใส่มันก่อนเพื่อให้คนอื่นหนีได้ " ดีนเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้าไปช่วยไซรอสนั่งฟังก่อนจะจดบันทึกไว้

" แล้วนายล่ะ ? " เขาหันมาถามผมมั่ง

" ก็..ผมกำลังเดินทางไปโบสถ์กับ เรน่า แล้ว...แล้วผมก็รู้สึกถึงแรงกดอากาศที่มันแปรปรวน..จากนั้น ก็เกิดระเบิดขึ้นแล้วผมก็เห็น ดีน สู้กับ Mutantฯ อยู่คิดว่าคนเดียวคงไม่ไหวก็เลยเข้าไปช่วย " ผมตะกุกตะกักตอบไปพยายามพูดให้เป็นธรรมชาติแบบไม่มีพิรุธที่สุด

" รู้สึกได้เหรอ ? " ไซรอสถามงง ๆ แล้วหันไปมอง ไอริส

" ผู้ใช้เวทย์มนต์ระดับสูงน่ะสามารถรับรู้ถึงความผิดปกติของมวลอากาศรอบตัวหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวทั้งนั้นแหล่ะย่ะ " เธออธิบายให้ไซรอสฟัง (ผมเองก็เพิ่งรู้นะเนี่ย) เพราะหมอทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไรนัก

" อืม..โอเค แค่นี้แหล่ะไม่มีอะไรแล้วล่ะ ขอบใจพวกนาย 2 คน มากนะไว้ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกก็ช่วยทำตัวเป็น พลเมืองที่ดีอีกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ไซรอสพูดขึ้นหลังจดบันทึกเสร็จและเดินมาส่งพวกผมที่ทางออก

" เออ คงจะมีอีกหรอกนะ บู๊แบบนี้ขาดทุนตายชัก " ดีนเดินบ่นงึมงำ ๆ ออกไปก่อนจะหันมาโยนขวด บลูโพชั่น ให้ผมขวดหนึ่ง " ให้มาทำไมหง่ะ ? "

" ของตอบแทนที่มาช่วยกัน ไว้ถ้านายกับชั้นดวงสมพงษ์กันคงได้เจอกันอีกนะ บาย พวก " ดีนเดินจากไปโดยไม่หันมามองอีกปล่อยผมยืนเหวออยู่หน้า ศูนย์ GF คนเดียวซักพัก ผมจึงเดินทางไปโบสถ์เพื่อที่จะไปหาเรน่า

ผมเดินเตร็ดเตร่ไปตามทางเรื่อย ๆ พยายามไม่คิดอะไรนอกจากสนใจที่จะมองสถาปัตยกรรมในเมือง จากจุดที่ผมยืนอยู่เป็นจุดที่เห็นปราสาทเมืองพรอนเทร่าชัดเจนมาก ผมเดินมองอย่างตื่นเต้นและบังเอิญเดินชนเข้ากับอะไรบางอย่าง มันเป็นนก Pecopeco ตัวขนาดเขื่องที่ผมพึ่งเคยเห็นตัวจริงเป็นครั้งแรก

แกว๊ก!! มันร้องเสียงแหลมใส่ผมแล้วเอียงคอมอง ผมมองมันแบบเหวอ ๆ ซักพักก่อนจะมีเสียงๆหนึ่งดังมาจากข้างหลังเจ้า Pecopeco

เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าของเสียงเป็นนักดาบหนุ่มที่น่าจะเป็นครูเซเดอร์ (เพราะใส่ชุดเสื้อผ้าธรรมดาเลยดูไม่ค่อยออกแต่ผมคาดเดาเอาจากนกที่เขาขี่) ผมสีขาวยาวประบ่าที่มัดด้านหลังไว้ทำให้เขาดูเป็นคนที่จะสบายๆเหลือเกิน

ครับไม่เป็นอะไรครับ ขอโทษทีที่ผมเดินไม่ดูทาง ผมรีบขอโทษตามมารยาท

ฮะฮะ ไม่หรอกเพราะเจ้านี่มันชอบเดินหลุดทางเองมากกว่าเนอะ เกรร่า ‘ ” เขาพูดกับ Pecopeco ของเขาและขอโทษขอโพยผมแทน ไปก่อนนะผมกำลังรีบ เขาบอกลาและควบเจ้า เกรร่า วิ่งปุเลงไปทาง ฐานของ GF สงสัยหมอนี่จะเป็น GF ด้วยมั้ง

มาช้าจริงเลย ซิก เสียงเรน่าดังมาแต่ไกล เธอยืนรอผมอยู่หน้าโบสถ์ประจำเมืองที่ขนาดใหญ่จนผมต้องแหงนมองยอดจนคอแทบเคล็ด

โทษที เดินดูอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ ผมขอโทษขอโพยก่อนจะเดินตามเรน่าเข้าไปในโบสถ์

พระราชาคณะรอเธออยู่นะ เรน่าเดินนำผมไปที่ห้องโถงขนาดใหญ่ด้านขวามือ ทางนี้จ้ะ

อาจารย์คะเขามาแล้วค่ะ เรน่าแนะนำผมให้รู้จักกับบาทหลวงท่านหนึ่งที่ยืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอยู่ที่มุมห้องขอบใจมาก เรน่า เธอออกไปก่อนนะ เขาหันมาบอกกับเรน่า ผมสีเหลืองอ่อนสั้น และหน้าตา บ่งบอกอายุว่าไม่เกิน 30 แน่ ๆ พระราชาคณะทำไมมันเป็นหนุ่มหล่อแทนที่จะเป็นตาแก่หงำเหงือกกันล่ะเนี่ย!!?


เชิญนั่งก่อนสิ ท่านเชิญผมนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะกลางห้อง กริยาท่าทางของของท่านช่างสุขุมสมกับตำแหน่งที่ได้รับจริง ๆ

ได้ยินมาจากเรน่าแล้วว่าคุณสูญเสียความทรงจำ ไหนขอดูชีพจรหน่วยได้ไหม? ” ท่านยื่นมือมาขอจับมือผมผมยื่นมือให้ท่านจับชีพจรอย่างว่าง่าย บุคลิกของท่านทำให้ผมขนลุก

เอ่อผม..ที่จริงแล้ว ผมกำลังจะบอกท่านถึงความจริงที่เรน่าไม่รู้แต่ท่านชิงพูดตัดหน้าผมซะก่อน

ไม่ได้ป่วย สุขภาพแข็งแรงสบายดีใช่ไหม? ” ท่านยิ้มให้ผมนิด ๆ ก่อนจะจ้องหน้าผมเขม็งและก็ไม่ได้สูญเสียความทรงจำด้วย คุณไม่ใช่คนที่นี่ ท่านเว้นวรรคเหมือนจะลองใจผม ใช่ไหม๊ ? ” ผมอึ้งรับทานมีคนรู้ความลับของผมได้ง่าย ๆ ได้ไงเนี่ย ? แถมแค่จับชีพจรเนี่ยนะ

ชีพจรของคุณบอกผม มันเต้นเป็นรูปแบบผสาน ของคน 2 คน ท่านเฉลย

คน 2 คน? ” ผมทวนแบบไม่เชื่อหู

ใช่ ในตัวเธอมีอีกคนนึงอยู่ ท่านพูดก่อนจะยื่นมือมาที่ผมแล้วทำสัญลักษณ์เป็นรูปกางเขน “ Spirit Sight ”
สิ้นเสียงก็เกิดแสงสีขาวประทับที่ตัวผมเป็นรูปกางเขนและกระแทกเอาอะไรบางอย่างออกไปจากตัวผม ผมมองตามหลังไป เป็น วิซาร์ด ผมสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ข้างหลังผม หน้าตาของเขาเหมือนกับผมอย่างกับแกะ

น่ะนาย ” “ ซิกฮาร์ท ร่างนั้นชิงตอบซะก่อนที่ผมจะพูดจบ ที่แท้เสียงที่ก้องในหัวผมตอนที่ร่ายเวทย์ครั้งแรกก็คือเสียงของ ซิก นี่เอง มิน่าล่ะ ที่แท้ผมก็เขามาในเกมส์จริง ๆ แถมดันเข้ามารวมร่างกับตัวละครในเกมส์ของตัวเองอีกต่างหาก แต่ผมเข้ามาได้ยังไงกันเนี่ย ?

นายเข้ามาได้ด้วยพลังของบาโฟเมท ซิกเป็นคนบอกผมก่อนโดยที่ผมยังไม่ทันถาม

บาโฟเมท รึ !? มันทำได้ยังไงกันน่ะ ? ” ผมถามแบบไม่เชื่อหู เป็นใครก็คงไม่เชื่อจะบอกว่าบอส MVP ที่เกิดปุ้บตายปั้บอย่าง บาโฟเมทนี่นะลากผมเข้ามาในเกมส์

มันเป็นความบังเอิญ พระราชาคณะพูดขึ้นบ้าง การตายและเกิดนับครั้งไม่ถ้วนของมันบนโลกของเธอและการแยกมันออกเป็น 2 ตัวทำให้พลังของมันในโลกนี้กล้าแข็งขึ้นจนสามารถเปิดมิติได้

และโดยบังเอิญว่าการเปิดมิติครั้งแรกของมันไปปรากฏที่หน้าจอคอม ฯ ของผม ? ” ผมประติดประต่อเรื่องตามที่เข้าใจ ทั้งสองคนยืนยันความเข้าในของผมด้วยการพยักหน้า

ช่วงขณะที่นายเข้ามาที่โลกนี้ เพื่อไม่ให้ บาโฟเมท รับรู้ถึงการเข้ามาถึงของนายชั้นถึงต้องจับนายมารวมร่างกันแต่รู้สึกว่าพลังของชั้นจะแพ้นายเลยถูกผนึกไว้ในตัวนายแหล่ะ ฟิวล์

สรุปกันง่าย ๆ ว่าผมใช้ร่างและเวทย์มนต์ของ ซิกฮาร์ท มาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้แต่ผมก็ยังงง ๆ อยู่ดีเพราะว่าแม้จะแยกออกจากกันแล้วแต่ชุดที่ผมใส่อยู่มันก็ยังเป็นชุดของวิซาร์ดอยู่ดี

ลองผนึกพลังเวทย์ดูสิ ซิก ฯ พูดขึ้นมาเหมือนจะอ่านใจผมออก ผมลองผนึกพลังเวทย์ดูแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? ”

เวทย์มนต์ที่เธอใช้ได้นั้นเป็นเวทย์ของซิกฮาร์ททั้งหมด พระราชาคณะพูดขึ้น ถ้าอยากจะใช้เวทย์มนต์ได้ด้วยตัวเองเธอต้องเรียนรู้มันใหม่ทั้งหมด โอ้เยี่ยมยังกะโดน reset สกิลทิ้งยังไงยังงั้นเลยแฮะ

แล้วผมจะกลับไปโลกของผมได้ไหมครับ ? ” ผมเลิกสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องและห่วงเรื่องสถานะภาพของตัวเองก่อนดีกว่า

วิธีเดียวที่จะกลับไปได้ก็คือต้องฆ่าบาโฟเมทซะ พระราชาคณะพูดขึ้น หรือไม่ก็..ต้องหาทางทำให้บาโฟเมทเปิดประตูมิติขึ้นมาอีกครั้ง

หา!! ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองนี่ไม่มีวิธีอื่นรึไงเนี่ย !? แค่นึกภาพตัวเองเข้าไปสู้กับบาโฟเมทผมก็นึกภาพตัวเองตอนนอนจมกองเลือดแล้ว เพราะเปอร์เซ็นต์จะชนะนี่ผมแทบไม่มี ใครมันจะบ้าเอานักเวทย์ไปสดกับบาโฟตัว ๆ ฟะ?

ที่ Mutantฯ ปรากฏตัวกลางเมืองก็เกิดมาจากพลังของมันที่ทดสอบพลังในการเปิดมิติของมัน ซิกฯพูดขึ้นมาบ้าง อ้าวแหม ….. ผมก็นึกว่าใครมันอุตริหักไม้เรียกวิญญาณกลางเมืองซะอีก ทีแรกผมยังนึกว่า ดีน น่ะแหล่ะเป็นคนเรียกมาด้วยซ้ำ

ตอนนี้มันยังไม่รู้ว่าพลังในการข้ามโลกของมันสำเร็จฉะนั้นเราต้องรีบจัดการมันก่อนที่มันจะรู้ซิก ฯ พูดต่อจนจบ

แล้วนี่เราต้องมันไปจัดการมันที่ Hidden Temple เลยใช่ไหมเนี่ย? ” ผมถามขึ้นมาอย่างปลงอนิจจังเพราะคงไม่มีทางเลี่ยงอื่นอีก

จะไปที่นั่นทำไมในเมื่อตัวมันเองน่ะอยู่ที่ Glast Heilm ” พระราชาคณะพูดขึ้นผมมองหน้าท่านกลับแบบอึ้ง ๆ

อย่าลืมสิว่าที่นี่ไม่เหมือนกับสิ่งที่นายเคยพบมาในเกมส์ซะทั้งหมดหรอกนะ แล้วมันไม่เหมือนตรงไหนล่ะ ? พวกนี้ก็แปลกชอบพูดอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไอ้ผมที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวกับเขาก็เลยเหวอสนิทอย่างเดียว

บาโฟเมทเคยอยู่ที่ Hidden Temple จนถึงเมื่อ 15 ปีก่อนได้มีกลุ่มผู้กล้ากลุ่มหนึ่งได้ขับไล่มันและลูกสมุนไปที่ Glast Heilm ” พระราชาคณะพูดขึ้น และหนึ่งในนั้นก็คือ เกรย์ ฮาร์ท พ่อของชั้นและซิก ประโยคสุดท้ายทำเอาผมอ้าปากค้าง

ทะ..ทั้ง 2 คนเป็นพี่น้องกันหรอกหรือครับ!? ” นี่นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องน่าช็อกอีกอย่างที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เช้า

ซิกมียศเป็นจอมเวทย์พิชิตจตุรทิศ 1 ใน 10 อัศวินแห่ง Guardian Force และนั่นคืออีกเหตุผลหนึ่งที่ชั้นสงสัยในตัวนายที่ดันซื่อว่าซิกฮาร์ทเหมือนกันไงล่ะประโยคหลังนี้เป็นเสียงของคนที่ผมคิดว่าค้นหูสุด ๆ เพราะว่ามันคือ ไซรอสที่ยืนกอดอกพึงประตูทางเข้าอยู่กับไอริสนั่นเอง โดยมีเรน่ายืนทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ใกล้ ๆ

ง่าแฮะ ๆ ..สวัสดีตอนใกล้ ๆ เที่ยงครับ กรรมของเวร มีคนรู้ตัวจริงเราตั้ง 5 คนแล้วแฮะ...